เมื่อกี้อ่านข่าวของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ตัดสินใจฆ่าตัวตาย โดยสาเหตุสันนิษฐานว่าเกิดจากความรักเป็นเหตุ
ก็เลื่อนลงมาเรื่อยๆ ถึงช่องคอมมเ้นท์ ผู้อ่านก็แสดงความเห็นกันมากมาย และต้องสะดุดกับความเห็นหนึ่ง

ขึ้นต้นด้วยคำว่า “ตายไปเหอะสัส แค่คนรักคนเดียว” และอ่านจนจบก็ทราบว่าเจตนาดี คืออยากจะให้ได้สติอะไรประมาณนี้ ถ้าไม่ติดว่าน้องเสียไปแล้วอะนะ ซึ่งจริงๆแล้วส่วนตัวคิดว่าไม่ใช่วิธีที่ถูก มันผิดมากๆ กับการใช้วิธีประเภทประชด หรือเกลือจิ้มเกลือ คือเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า วุฒิภาวะทางอารมณ์ของคนเรานั้นไม่เท่ากัน และพีคกว่าคือ มีอีกคนมาปรามว่า ว่าอย่าว่าน้องเลย น้องเสียไปแล้ว อย่าซ้ำเติมเลย เราไม่ได้รู้จักเค้าเป็นการส่วนตัวเราไม่ทราบหรอกกว่า เรื่องนี้มีความละเอียดอ่อนอย่างไร

พีคไม่อีกระดับ คนดันรุมด่าคนไปปราม คืองงมาก ไม่ได้ตามอ่านข่าวแบบนี้นานแล้ว ไม่คิดว่าเดี๋ยวนี้คนเรามาไกลถึงขั้นนี้แล้วหรือ

ยังจะมาว่าโลกสวยด้วยนะ ลองคิดดูมั้ย ลองให้โลกสวยหน่อย แต่น้องคนนั้นไม่ตายดีกว่ามั้ย หากโลกที่อยู่กันการที่ต้องทำให้มันเรียลแล้วคนต้องตายจริงๆนี่คุ้มมั้ยวะถามจริง

จริงๆเคยอยากบอกเรื่องพวกนี้นานแล้วว่ารู้สึกเกลียดการแสดงความคิดเห็นแบบไร้ความรับผิดชอบต่อสังคม คิดว่าโลกออนไลน์คือที่ที่ฉันจะทำอะไรก้ได้ จะด่าใครก็ได้ จะแสดงออกอย่างไรก็ได้ เฮ้ยแบบนี้มันผิดนะ

จะไม่รับผิดชอบอะไรเลยไม่ได้ แม้กระทั่งการไปหัวเราในภาพใดภาพหนึ่งหากมันทำให้ใครบางคนต้องเสียใจคุณก็ควรต้องรับผิดชอบ นี่หัวใจคนนะไม่ใช่กระดาษ

หรือบางทีคนทุกวันนี้คิดว่าเราไม่ได้รู้จักเค้า ด่าไปก็คงไม่มีอะไร เพราะใครๆเค้าก็ด่ากัน แบบนี้ก็ได้หรอ เฮ้ยไม่ถูกนะ เราทุกคนมีสมองนะ เราควรใช้มันคิดนะว่าอะไรควรไม่ควรและเราต้องคิดอีกชั้นว่า จะเกิดอะไรบ้างด้วยนะ หลังจากที่ได้รีแอ็คอะไรบางอย่างออกไป

เราประเภทข่าวลูกคนรวยขับรถชนคนอีก บางทีก็คิดนะ ไม่แน่เค้าอาจจะคิดได้อาจจะอยากปรับตัวก็ได้ แต่ว่าสังคมพามาอยู่นี้แล้วไง จุดที่เลวแล้วไง จะเพิ่มเติมอีกมากน้อย ก็เลวอยู่ดีไง ก็เลยไม่จำเป็นต้องทำไรละ เลวๆไปเลยดีกว่างี้ก็ได้ป่ะ ใครรับผิดชอบหล่ะ? ไม่เห็นจะมี และคงไม่มีใครแคร์ 2-3 ปีผ่านไป จำไม่ได้ด้วยเคยด่าอะไรไว้ งี้ป่ะ ถูกหรอ ใช่หรอ เราจะอยู่กันแบบนี้จริงๆหรอ

อย่าปล่อยให้เรื่องแบบนี้ผ่านไป แล้วรอให้มันเกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวของเรา เพราะเมื่อวันนั้นมาถึง เราอาจจะเสียคนที่เรารักไปอย่างไม่มีวันกลับ

ยังอยู่ที่ข่าวเดิม ที่เพิ่มเติมคือความเชื่อแปลกยังอยู่คู่กับไทยเสมอ หลายคนด่าน้องว่าทำบาปหนักมาก ต้องกลับมาฆ่าตัวตายอีก 500 ชาติไรงี้

ให้ตายเถอะเรามีอินเตอร์เน็ตความเร็วระดับ 4.5G แล้วแต่ทำไมความเชื่อแปลกๆแบบนี้ยังอยู่ ทำไมถึงเชื่อกัยโดยที่ไม่คิดจะตั้งคำถามเลยบว่าจริงรึเปล่า อะไรแบบนั้นอะ ตายชาตินี้ ต้องฆ่าตัวตายอีก 500 ชาติ พอมาชาติที่ 2 ฆ่าอีก ไม่รวมเป็น 1,000 ชาติลบไป 2 เองนะ กะให้ฆ่าตัวตายจนพระอาทิตย์ในระบบสุริยะดับไปเลยรึไง แล้วถามหน่อยใครจะมานั่งนับ ตายทีนึง เอาถ่านขีดไว้ที่เมรุวัดธาตทองงี้หรอ?

บางคนบอก ตายได้ไร้สาระมาก ต้องท่องตารางธาตุแล้วตายมั้ยถึงจะมีสาระ? ถามมาได้

มีครบอกว่าน้องที่เสียชีวิตโดนด่านั้นสมควรแล้วเพราะอัพรูปลงเฟซบุค แปลกคือคนกลับไม่คิดว่านี่คือสัญญาณบอกเหตุว่ามันมีสิ่งที่ไม่ปกติเกิดขึ้นนเราเพิกเฉยต่อการเรียกร้องความสนใจ ทั้งๆที่ไม่ว่าจะเป็นการเรียกร้องความสนใจในรูปแบบไหน หากมีความสุ่มเสี่ยงเราจำเป็นต้องให้ความสำคัญทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่เรารัก เพราะจะมามัวแต่กลัวเสียฟอร์มเพราะคิดว่าเรียกร้องความสนใจอยากได้ยอดไลค์เฉยๆ กว่าจะรู้ตัวอีกที คนอัพเฟซตัวเย็นไปแล้วก็ได้ ใครจะไปรู้

RIP น้องผู้จากไป และหวังว่าการกระทำของน้องในครั้งคงเตือนสติให้เด็กๆอีกหลายๆคน ให้รู้ถึงสิ่งที่ตามมาหลังจากตัดสินใจทำในสิ่งที่น้องจะเอากลับมาไม่ได้ลงไป

ควรจำไว้ว่า โลกออนไลน์แม้จะดูไม่ใช่โลกจริงๆ แต่ ความรู้สึก มันบ่มเพาะจากในนี้ได้จริงๆนะ

Leave a Reply